เที่ยวธรรมชาติป่าเขาสระบุรีแล้วเลยไปปากช่อง

เที่ยวธรรมชาติป่าเขาสระบุรีแล้วเลยไปปากช่อง

  • เขียนเมื่อ 03/09/2020
  • วันที่เดินทาง 27/08/2020
  • เข้าชมแล้ว 2,004

เมื่อร่างกายโหยหาธรรมชาติและความสงบ ป่าใหญ่ใกล้กรุงจึงเป็นตัวเลือก จริง ๆ ทริปนี้พ่วงมาจากการเดินทางไปทำธุระในสถานที่ราชการแห่งหนึ่งในสระบุรี แล้วถือโอกาสลางานพักต่อแล้วเข้ามาวางแพลนจัดทริปใน https://www.tripniceday.com/

สวนพฤกษศาสตร์พุแคเป็นจุดหมายแรก อยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี พื้นที่กว้างใหญ่และร่มรื่น เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนหรือจะเดินดูพันธุ์ไม้ศึกษาพันธุ์พืชต่าง ๆ ที่มีมากมายทั้งไม้ดอก ไม้ยืนต้น ก็จะได้ความรู้แบบเพลิน ๆ ต้นไม้ส่วนใหญ่จะมีติดป้ายชื่อ/สรรพคุณ/ประโยชน์ ให้ได้อ่านได้เรียนรู้ แม้อ่านแล้วจะจำได้ไม่หมด แต่อย่างน้อยก็ให้ได้รู้จักว่า อ่อ... มีต้นแบบนี้ด้วย เรียกชื่อนี้ หน้าตาอย่างนี้นี่เอง อะไรประมาณนี้

ที่นี่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่แรกของไทยเลยนะ สร้างมาได้ 79 ปีแล้ว

ปกติช่วงก่อนโควิดที่นี่จะมี "ตลาดชิมเพลิน เดินไพร" ทุกวันเสาร์ มีทั้งของกิน ของขาย กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ การแสดงดนตรีในสวน ให้ได้ชมได้เพลินท่ามกลางแมกไม้ธรรมชาติ แต่ช่วงนี้ตลาดต้องปิดชั่วคราวไปก่อน รอประกาศทางหน้าเพจของที่นี่อีกทีนะคะhttps://www.facebook.com/PukaeBotanicalGarden/วันที่ไปเห็นแต่ร่องรอยของสถานที่ จัดได้น่าเดินเชียวค่ะ

และที่นี่เขาถูกขนานนามว่าเป็นสวนสวรรค์ด้วยล่ะ เพราะมีพืชพรรณไม้ดอกให้ชมได้ตลอดทั้งปี แต่ละเดือนจะมีดอกไม้ที่แตกต่างสลับกันอวดโฉมให้ได้เห็นได้ยลกัน ในช่วงเดือนปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ จะเป็นพวกดอกบัวดิน กันเกรา ถ้วยทอง ฯลฯ ส่วนมากจะเป็นไม้ดอกต้นเล็ก ๆ แต่ถ้าจะเป็นพวกต้นใหญ่อย่างราชพฤกษ์ กัลปพฤกษ์ ตะแบก ต้องมาในช่วงหน้าร้อนเดือนมีนาคม-เมษายนค่ะ จะสวยงามมากเลยล่ะ ช่วงหน้าฝนก็จะเห็นความเขียวชะอุ่มกันไปอีกแบบ ธรรมชาติมีเสน่ห์ในตัวเองเสมอไม่ว่าจะในช่วงจังหวะเวลาไหน

สถานีที่สองไปต่อเลยค่ะ วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ห่างจากสวนพฤกษศาสตร์พุแคประมาณ 8 กม. ขับไปตามเส้นทางที่จะไปลพบุรี จะมีทางให้เลี้ยวซ้ายขับไปตามป้าย ทางเข้าวัดจะอยู่ขวามือ สวยงามตั้งแต่ทางเข้าเลยค่ะ

วัดเขาวง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ผ่านช่วงเวลาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงผ่านประทับแรมที่ถ้ำนารายณ์แห่งนี้ ซึ่งเป็นที่บำเพ็ญกุศลมานานกว่า 1,200 ปีเลยล่ะ จากหลักฐานอักษรจารึกผนังถ้ำที่เป็นอักษรมอญโบราณให้ได้สืบค้นความเป็นมาตามยุคสมัยนั้น

เดินเข้ามาภายในวัดจะมีต้นไม้เยอะร่มรื่นมาก ทั้งมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟครบเบ็ดเสร็จในราคาย่อมเยา วันเสาร์-อาทิตย์จะมีข้าวแกงจานละ 30 บาทด้วย แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาจะมีเป็นอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว มีที่ให้เลือกนั่งทานใต้ต้นไม้ริมสระน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลามากมายเลยค่ะ เวลาใกล้เที่ยงแบบนี้อากาศยังเย็นสบาย ๆ นั่งทานนั่งซึบซับบรรยากาศสงบเงียบได้แบบชิว ๆ เลย

เมื่อท้องอิ่มแล้วตามต่อเข้าไปไหว้พระกันค่ะ จุดแรกสักการะขอพรรูปปั้นพระนารายณ์ทรงครุฑกันก่อน เดินไปต่อจะเป็นทางเข้าถ้ำ ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจนถึงด้านในสุดจะเป็นพระแก้วมรกตสวยงามมากเลยค่ะ เดินเข้าไปให้ความรู้สึกสงบเย็นในจิตใจ บรรยากาศน่านั่งตั้งสติทำสมาธิมากเลย อ่อ ถ้าใครจะถวายสังฆทานให้มาช่วงเวลา 13.30 - 16.00 น. นะคะ หลวงตาจะรับแขกช่วงนี้เท่านั้นค่ะ จะมีทางเดินไปมีป้ายบอกอีกด้านนึงของวัดค่ะ

Next station เดินทางต่อค่ะ สวนรุกขชาติมวกเหล็กหรือที่รู้จักกันในชื่อน้ำตกมวกเหล็ก คือที่เดียวกันค่ะ จากวัดเขาวงไปมวกเหล็กเราจะหันกลับอีกทางนึงเลยค่ะ จะอยู่กันคนละฝั่งทิศกัน แต่ด้วยระยะทางประมาณ 50 กม. ขับรถต่างจังหวัดไม่ถือว่าไกลมาก มาตามถนนมิตรภาพเส้นทางมุ่งสู่ปากช่อง ไม่ถึงชั่วโมงก็เดินทางมาถึงมวกเหล็ก คืนนี้จะพามาพักค้างที่นี่กันค่ะ

เราติดต่อจองที่พักไว้ล่วงหน้าแล้ว ได้บ้านจามจุรีเป็นบ้านแฝดติดกันค่ะ (ราคาปกติ 1,500 บาท) พักแบบส่วนตัวมาก คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ วันธรรมดาที่ไม่มีผู้คนและนักท่องเที่ยว ด้วยเป็นบ้านพักในพื้นที่อุทยานฯ แน่นอนว่าความสะดวกสบายอาจไม่เทียบเท่าโรงแรม แต่ความเป็นกันเองและการบริการของเจ้าหน้าที่ก็สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กันค่ะ และเราค่อนข้างคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อยู่บ่อย ๆ จึงสบายใจเรื่องความปลอดภัยได้เลย เราเคยคุยกับนักวิชาการป่าไม้ที่ดูแลอุทยานฯ เขาจะมองเรื่องการพิทักษ์รักษาป่าเป็นหัวใจหลักมากกว่าการจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว (ฟังแล้วชอบเลย)

ตื่นเช้ามาเปิดม่านสัมผัสกลิ่นไอดิน ต้นไม้และใบหญ้าอย่างใกล้ชิด สดชื่นสุด ๆ ได้ยินเสียงนกนานาชนิดส่งเสียงร้องออกหากินธรรมชาติที่นี่มีความสมบูรณ์ เงียบสงบ อากาศดีตลอดวัน เหมาะแก่การมาพักผ่อนแบบส่วนตัวเป็นครอบครัวเป็นกลุ่มเพื่อน หรือใครจะมาหาที่เงียบ ๆ อยู่คนเดียว นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ดื่มด่ำธรรมชาติ นั่งใช้ความคิดสร้างสรรค์หาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ หรือจะบำบัดเยียวยาจิตใจอะไรก็ตามแต่ ในระยะทางใกล้กรุงเทพฯ แบบนี้ เราว่าที่นี่เหมาะมาก

ช่วงนี้น้ำตกมีพอจะเล่นได้ แต่ด้วยช่วงหลังโควิด พื้นที่การดูแลของอุทยานฯ ทุกที่จะยังไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำนะคะ และเจ้าหน้าที่บอกว่าเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน น้ำจะใสกว่านี้ค่ะ

ฟินกับธรรมชาติพอแล้วไปสายบุญกันต่อค่ะวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม คือจุดหมาย เริ่มขับรถเข้าเขตปากช่องกันแล้ว ระยะทางจากมวกเหล็กประมาณ 12 กม. แต่อยู่อีกฝั่งถนนนะคะ ต้องยูเทิร์นกลับ แต่ไม่ไกลค่ะ ขับง่ายใกล้นิดเดียว ก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าปากทางวัด ซ้ายมือจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวาน บ้านไร่พิมพ์รัก ให้ได้แวะเติมพลังกันก่อน ร้านเปิดตั้งแต่ 08.00 - 19.00 น. เลยค่ะ มีต้นผักหวาน ต้นมัลเบอร์รี่ ต้นจิงจูฉ่ายขายด้วยนะคะ ร้านนี้ทุกเมนูจะไม่ใส่ผงชูรส ราคากลาง ๆ รสชาติโอเคค่ะ

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาวองค์ใหญ่ที่มองเห็นไกล ๆ อยู่บนเขาสูง ใครขับรถผ่านเส้นมิตรภาพต้องเห็นสะดุดตาในความงดงาม วันนี้เราจะเข้าไปไหว้ใกล้ ๆ กันค่ะ

ทางวัดจะมีหลวงพ่อขาวหรือพระพุทธสกลสีมามงคลองค์เล็กจำลองอยู่ด้านล่างให้ได้กราบไหว้ด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่สะดวกขึ้นไปด้านบน แต่วันนี้มาแล้วเราต้องขึ้นไปให้ถึงค่ะ เขาว่าบันไดรวมแค่ 1,250 ขั้นเอง ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับที่พระสงฆ์มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ 1,250 ขั้น เขาแบ่งเป็น 2 ข้าง ขึ้นด้านซ้าย 631 ขั้น ลงด้านขวา 619 ขั้น แต่อันนี้ยังไม่รวมอีกประมาณ 90 ขั้น ก่อนช่วงบันไดซ้ายขวานี้นะคะ

เราเตรียมตัวมาพร้อมมาก เติมพลังงานมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวเมื่อกี้ เตรียมน้ำ เตรียมกล้องพร้อมค่ะ ตอนแรกก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะเดินไหวจริง ๆ เหรอ แต่พอเดินขึ้นไปก็เดินง่ายกว่าที่คิด ทางวัดจะทำศาลาไว้หลายจุดมาก ทั้งเพื่อพักเหนื่อยทั้งเพื่อให้ได้ชมวิวตลอดระยะทางขึ้น เดินไปประมาณ 20 กว่าขั้นก็จะได้เจอศาลาพักแล้ว (แต่แค่ 20 ขั้นก็หอบเหมือนกันล่ะ) เราเดินไปถ่ายรูปไปชมวิวไปแบบไม่รีบไม่ร้อนเลย ใช้เวลาขึ้นลงรวมกันประมาณ 1 ชม. ด้านบนได้ไหว้หลวงพ่อขาวแบบใกล้ ๆ มองลงมาเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามเชียวค่ะ

ซึมซับบรรยากาศด้านบนจนเป็นที่น่าพอใจ กลับลงมาได้เวลาหลวงพ่อกลับมาจากสอนหนังสือพอดี ตั้งใจมาทำบุญสังฆทานในวันคล้ายวันเกิด มีโอกาสได้พูดคุยสนทนากับหลวงพ่อ ท่านให้ข้อคิดในการให้หมั่นเจริญสติภาวนาอยู่เสมอ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการสวดมนต์เพียงอย่างเดียว แต่ให้รู้ปัจจุบันให้ฝึกกำหนดลมหายใจ ก็คือให้มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดนั่นเอง

ภายในวัดมีโรงจิบกาแฟเป็นร้านลักษณะทรงศาลาแบบเปิดโล่ง ให้นั่งสบาย ๆ ชากาแฟเมนูทั่วไป ราคาไม่แพง (คนขายหน้าตาดี ร้านก็จะน่านั่งขึ้นไปอีก ชงมายังไงก็อร่อย 555+) บริเวณนั้นจะเห็นนกยูงมากมายหลายตัวเดินอวดขนสวยอยู่ภายในวัด บางตัวก็ขึ้นไปยืนไปเกาะบนโต๊ะบนเก้าอี้แบบไม่กลัวผู้คน ก็จะเป็นภาพสวยงามตามธรรมชาติไปอีกแบบ

ก่อนกลับแวะไปให้อาหารปลา (อาหารปลามีขายเป็นถุงตรงจุดทำบุญไหว้พระ) ขับรถไปได้ เลาะกำแพงวัดด้านหน้า มองไปจะเห็นสระน้ำใสสีเขียวมรกต มีทั้งห่าน เป็ด และไก่หาอาหารกินอยู่บริเวณนั้น พอไก่เห็นรถเราเท่านั้น ต่างก็กรูกันวิ่งตามรถเรา เหมือนจะโดนปิดล้อมยังไงไม่รู้ 😅 ปกติเราก็จะไม่ค่อยถูกกับสัตว์ปากแหลมอยู่แล้ว ก็กลัวสิ ไม่กล้าลงแล้วทีนี้ เอาไงดี จึงรีบโยนโปรยอาหารปลาจากกระจกรถนั่นล่ะ (ดูจากคลิป) แล้วรีบถอยทัพออกมาดีกว่า 😆

ได้เวลาไปเสพงานศิลป์กันต่อค่ะ สวนซ่อนศิลป์ป่าใหญ่ที่ถูกสร้างบนผืนดิน จากความฝันที่รังสรรค์ให้เป็นจริงบนผืนโลก ขับรถออกมาจากวัดไปตามป้ายแปบเดียวก็ถึงค่ะ ช่วงนี้จะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้นนะคะ ค่าบัตรเข้าชม 100 บาท สามารถนำบัตรไปเป็นส่วนลดร้านกาแฟได้ 15 บาท แต่ถ้าใครจะมาทานอาหารหรือซื้อเครื่องดื่มไม่เข้าไปชมสวนชมแกลอรีด้านใน ก็ไม่ต้องซื้อบัตรได้ค่ะ ซึ่งร้านจะอยู่แต่ในส่วนหน้าเท่านั้น ที่นี่เขามีที่พักด้วยนะคะ ในส่วนที่พักสามารถจองเข้าพักได้ทุกวันค่ะ

เราเคยมาที่นี่แล้วเมื่อหลายปีก่อน น่าจะเกือบ 10 ปีได้แล้ว ครั้งนี้เราก็ยังซื้อบัตรเข้าไปชมด้านในนะ ด้วยอยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่อาจจะด้วยหลังโควิด ทำให้มีหลายอย่างที่ต้องปรับต้องเพิ่มกันต่อไป ภายในจะมีแกลอรีภาพวาดงานเขียนของศิลปินมากมายจัดแสดงให้ได้เดินชมเดินเสพกันอย่างเพลิน ๆ หรือจะหามุมนั่งอ่านหนังสือ ถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ที่ถูกจัดไว้อย่างลงตัว ใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ไม่มีอะไรต้องรีบเร่ง

จากผืนดินว่างเปล่าที่เคยเป็นทุ่งข้าวโพด ถูกสร้างขึ้นจากการลงมือทำของลุงน้อยและป้าเล็กด้วยความฝันที่อยากมีบ้านหลังน้อยท่ามกลางป่าใหญ่ จึงได้เริ่มปลูกต้นไม้ทุกวัน ๆ ผ่านวันเวลาช่วงนั้นมาเกือบ 30 ปี วันนี้เป็นกลายเป็นป่าต้นไม้ใหญ่มากมายเป็นออกซิเจนเป็นปอดให้ผู้คน ที่แทรกซึมเรื่องราวชีวิตและงานศิลป์ได้อย่างลงตัว

โคราชหรือนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และเป็นหนึ่งในเมืองศิลปะที่จะมีการจัดงานแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Korat 2021 ซึ่งอำเภอปากช่องจะเป็นพื้นที่หนึ่งในการจัดแสดงช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน 2564 นี้อีกด้วย

  • Share on Facebook
  • Share on Twitter
  • Share on Line

จบแล้ว อยากแชร์ให้เพื่อนอ่านไหม?

อ่านเกี่ยวกับสระบุรีต่อ

หนีเมืองกรุง ไปเที่ยวสระบุรี

เขียน 13/08/2021อ่าน 283 ครั้ง

#สระบุรี เป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ดังนั้นการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดสระบุรี จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ สำ.. [อ่านต่อ]

เขียนบทความ
 

มาร่วมเล่าประสบการณ์ท่องเที่ยวในมุมมองของคุณ ให้นักเดินทางคนอื่นได้รู้

วันนี้เราอยากจะชวนคุณมากสร้างชุมชนของคุณเองบนเว็บไซต์ทริปไนซ์เดย์ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นได้ติดตามเรื่องราวที่คุณได้ไปท่องเที่ยว มาได้อย่างสะดวกสามารถแนบ ทริปแผนการเดินทางที่จัดไว้ เข้ากับบทความได้เลย

เขียนบทความ
Chat
Facebook
LINE